บทวิเคราะห์ : ดัชนีความเชื่อมั่นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาสที่ 1 ปี 2568 (The Housing Purchase Confidence Index: HPCI)

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง “ดัชนีความเชื่อมั่นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาสที่ 1 ปี 2568” พบว่า มีค่าดัชนีเท่ากับ 51.7 จุด สูงกว่าค่ากลางที่ 50.0 จุด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำดัชนี สะท้อนให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 12.5 จุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 39.2 จุด และเพิ่มขึ้น 8.8 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 42.9 จุด และพบว่าผู้ที่วางแผนจะซื้อที่อยู่อาศัยภายใน 1 ปีมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 61.1 จากร้อยละ 50.8 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการปรับตัวดีขึ้นของความเชื่อมั่นของผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงิน (กนง.) จากเดิมร้อยละ 2.25 เหลือร้อยละ 2.00 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ช่วยลดภาระการผ่อนชำระของผู้ซื้อ อีกทั้งสถาบันการเงินหลายแห่งยังได้จัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงต้นปี ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เป็นการชั่วคราว โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2569 และภาครัฐได้เตรียมต่อมาตรการกระตุ้นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ลดค่าจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ เหลือประเภทละร้อยละ 0.01 สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นปัจจัยสนับสนุนด้านภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาสนี้
สรุปผลของดัชนีความเชื่อมั่นการซื้อที่อยู่อาศัยในไตรมาสนี้ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (62.1%) อยู่ในช่วงอายุ 25-34 ปี (47.4%) การศึกษาระดับปริญญาตรี (66.4%) ทำงานภาคเอกชน (61.6%) และมีรายได้ 30,001–50,000 บาท (33.2%) ซึ่งส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่อาศัยเอง
(30.5%) รองลงมา ได้แก่ ซื้อเพื่อเป็นทรัพย์สิน (15.2%) และซื้อเพื่อต้องการความสะดวกในการเดินทาง (12.6%) ส่วนใหญ่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคา 2.01–3.00 ล้านบาท (25.1%) ขณะที่ประเภทที่อยู่อาศัยที่มีความต้องการมากที่สุด ได้แก่ บ้านเดี่ยว (41.2%) ในระดับราคา 3.01–5.00 ล้านบาท และต้องการซื้อ
ที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯมากที่สุด (59.9%) ส่วนปริมณฑล มีความต้องการซื้อในจังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาคร และนครปฐม ตามลำดับ
